การเลือกใช้อุณหภูมิแสงของหลอดไฟ (Color Temperature)

อุณหภูมิสี (color temperature) คือค่าอุณหภูมิของแสงที่ปรากฏจากหลอดไฟ โดยใช้หน่วยวัดที่เรียกว่า kelvin หรือตัวอักษรย่อ K นั่นเอง 

อุณหภูมิสีนั้น มีผลต่อภาพลักษณ์และอารมณ์ของพื้นที่เป็นอย่างมาก เราจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกอุณหภูมิสีที่เหมาะสมกับบรรยากาศที่เราจะนำเสนอในพื้นที่นั้นๆ ค่า K เมื่อตัวเลขสูง หมายความว่าไฟนั้นจะมีสีที่เย็น มีโทนสีขาวไปจนถึงฟ้า แต่ถ้าค่า K มีตัวเลขต่ำลง ไฟนั้นจะมีสีที่อุ่น ให้โทนสีเหลืองไปจนถึงส้ม ดูอบอุ่นและสบายตา 

     

ห้อง mock up ของเรา ที่ใช้ทดลองเปรียบเทียบค่าอุณหภูมิสีของหลอดไฟต่างๆ

ค่า K ของหลอดไฟที่มีอยู่ทั่วไปวันนี้ จะอยู่ระหว่าง 2700K-6500K แบ่งง่ายๆเป็นสามโทน warm white, cool white, และ daylight

Warm white (วอร์มไวท์): หลอดไฟสี warm white จะมีค่า K ระหว่าง 2700K ถึง 3000K ค่อนข้างเป็นที่นิยมมาก เพราะแสงจะออกไปทางสีส้มที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล ผ่อนคลาย ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูสงบ มักใช้ในห้องนอน ห้องนั่งเล่นหรือร้านอาหารเพราะว่าแสงสีส้มจะทำให้อาหารดูน่าทานขึ้น หลอดไฟ GE Brightstik 6W ของเรานั้นให้แสง warm white ที่อุณหภูมิสี 3000K และยังประหยัดไฟมากกว่าหลอดชนิดเดิมหลายเท่าตัวอีกด้วย

Cool white (คูลไวท์): แสง cool white จะมีค่า K ระหว่าง 4000K ถึง 4200K เป็นโทนสีที่อยู่กึ่งกลางระหว่างแสง warm white กับแสง daylight ให้แสงที่ดูเย็นสบายตา สว่าง มีชีวิตชีวา สีของวัตถุที่ถูกส่องจะเพี้ยนบ้างเล็กน้อย จึงไม่ควรใช้ในบริเวณพื้นที่แต่งหน้า แต่งตัวเพราะเมื่ออยู่กลางแสงธรรมชาติจะกลายเป็นว่าแต่งหน้าจัดไปแบบไม่รู้ตัว  นอกจากนั้น ไฟนี้สามารถใช้กับการตกแต่งสไตล์ comtemporary ซึ่งมีการใช้วัสดุและพื้นผิวที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงความซับซ้อนไว้ในรายละเอียดต่างๆ โดยเน้นการนำเสนอภาพรวมของพื้นที่ในห้องมากกว่าสิ่งของ

Daylight (เดย์ไลท์): แสงที่ดูขาวคล้ายแสงธรรมชาติในตอนกลางวัน และทำให้เห็นสีของสิ่งต่างๆได้ไม่ผิดเพี้ยน คือแสง daylight ที่มีค่า kelvin อยู่ระหว่าง 4600K-6500K ส่วนใหญ่จะใช้กับพื้นที่ต้องการการมองเห็นที่ชัดเจนหรือพื้นที่ที่ต้องการความคล่องแคล่ว เช่น ไฟสาหรับโต๊ะแต่งหน้า ไฟสำนักงาน ห้องสมุด และโรงพยาบาล เป็นต้น